แผนผังเว็บไซต์
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง

ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง สำหรับประตูเพียวๆ ไม่มีกระจก จะขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้ โดยแบบประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง เฮฟต้า มีเลือกใช้อยู่ 2แบบ 1.ใช้แผ่น ยูพีวีซี นำเข้า 2.ใช้แผ่น พีวีซี ในประเทศ แบบ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ที่ใช้uPVC นำเข้าจะทนทานกว่า และดูดซับเสียงได้ดีกว่า ส่วนแบบ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ที่ใช้uPVC ในประเทศ จะประหยัดราคากว่า

ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ทั้ง2แบบสามารถใช้ได้ ส่วนการเลือกว่าควรจะซื้อ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง แบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งานและงบประมาณเป็นสำคัญ
 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง เฮฟต้า เป็นวงกบ ยูพีวีซี แบบ multi chamber ซึ่งมีช่องแบ่งภายในวงกบ เป็นแบบสามชั้น ทำให้กันเสียงได้ดีกว่า พร้อมทั้งใส่ยาง EPDM เป็นสีดำระหว่างกระจก กับตัววงกบ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง เพื่อช่วยในการดูดซับเสียงที่เกิดจากการสั่น ระหว่างกระจก กับตัวบานวงกบ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง อีกทั้ง ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง  จากเฮฟต้าใช้กระจกกันเสียง สองชั้น มีก๊าซเฉื่อยตรงกลาง ระหว่างกระจกทั้งสองชั้น ความหนา12มม สามารถลดเสียงได้มากถึง 30dB
 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง จากเฮฟต้าได้คุณภาพดี เนื่องจากใส่ใจทุกรายละเอีดยดไม่วันแม้แต่ อุปกรณ์ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ที่ใช้อุปกรณ์ยี่ห้อ วิวแลนน์ นำเข้าระบบเยอรมัน มีเกียร์ 2ชุด เป็นชุดขับ กับชุดที่ติดกับบาน
 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง เฮฟต้า สามารถใช้เป็น ประตูห้องอัดเสียง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง มักจะกลายเป็นจุดอ่อนที่สำคัญที่มักทำให้ประสิทธิภาพในการปิดกั้นเสียงของห้องอัดเสียง หรือ ห้องเก็บเสียง นั้นๆ ลดลง  โดย ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง มีหลายแบบ โยแต่ละแบบก็จะมีคุณภาพต่างกัน
 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง ไม่นิยมนำ แบบประตูบ้าน ที่ใช้กันโดยทั่วไปตาม บ้านพักอาศัยที่มักพบเห็นได้โดยทั่วไป ส่วนใหญ่จะราคาถูก ทำมาจากไม้อัดประกบเข้ากับโครงประตูที่เป็นไม้เนื้อแข็งอีกที  หรืออาจจะเป็น ประตูที่ นำวัสดุต่างๆมาประกบ หน้า-หลัง เช่น PVC ซึ่งในปัจจุบันจะมีลวดลาย หรือลูกฟักที่เหมือนกับ ประตูไม้เนื้อแข็ง แต่ เมื่อลองเคาะดูก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าข้างในนั้นกลวง ซึ่ง ประตู แบบนี้มีข้อดี คือ  เบา  และราคาถูก  แต่ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้เป็น ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง  เนื่องจากค่า  Transmission  Loss  (TL)  ที่น้อยเกินไป เพียงแค่  10-20  dB  โดยประมาณ และโดยเฉพาะในย่านความถี่ต่ำๆ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง ประเภทดังกล่าวแทบจะไม่สามารถเก็บเสียงเลย
 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง  แบบต่อมา คือ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง ที่ทำจาก ไม้เนื้อแข็ง  ทุกส่วนของ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง เป็นเนื้อไม้จริง  แต่การจะนำไม้ขนาดใหญ่มาทำเป็น ประตูไม้เนื้อแข็งทั้งบานเป็นชิ้นเดียวนั้น ในปัจจุบันคงไม่สามารถหาได้แล้ว  หรือหากหาได้ก็มีราคาแพงมาก อีกทั้งการทำแบบนี้ยังหมายถึงการทำลายธรรมชาติโดยไม่สร้างสรรอีกกด้วย
 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง ที่พบมากในท้องตลาดก็มักจะเป็นแบบไม้เนื้อแข็งหลายๆชิ้นมาประกอบกันเป็นประตูหนึ่งบาน  ผลที่ได้ก็คือ  น้ำหนักที่มากขึ้น  ซึ่งนั่นก็หมายถึงมวลที่มากขึ้นตามไปด้วย  และเมื่อมวลและความหนาแน่นเพิ่มขึ้น  ความสามารถในการปิดกั้นเสียงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย  ดังนั้นประตูแบบนี้  จึงมักมีค่า Transmission  Loss   (TL)  อยู่ที่ประมาณ  25-30  dB  แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของเราอยู่ดี
 
นอกจากนี้  ไม่ใช่เพียงแค่มวลหรือความหนาแน่นของ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง เท่านั้น  ที่มีผลต่อความสามารถในการปิดกั้นเสียง  แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ ก็คือ ความชิด  ของขอบ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง ทั้ง  4  ด้าน  ซึ่ง ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง  จะแต่ต่างจะ ประตูบ้าน ที่ใช้กันตามบ้านพักอาศัยทั่วๆไปนั้น  หากสังเกตุดูที่ขอบของ ประตูบ้าน ทั้ง  4  ด้าน  ก็จะเห็นว่ามีช่องว่างขนาดเล็กตลอดแนว ประตู ทั้ง 4 ด้าน  ซึ่งช่องเล็กๆ  ทั้ง  4  ด้าน เหล่านี้เองที่  เสียงนั้นสามารถเล็ดลอดออกมาได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ช่องว่างด้านล่าง  ระหว่าง ขอบประตูด้านล่าง  กับ  พื้น  ซึ่งประตูส่วนใหญ่นั้น  มักไม่มีวงกบด้านล่าง  จึงทำให้เกิดเป็นช่องว่างที่มีความกว้าง ตั้งแต่  2 – 5 มม.  ทำให้เสียงสามารถลอดผ่านออกมาได้โดยง่าย
 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง มีอยู่หลายแบบด้วยกัน  ดังนั้นก่อนจะทำประตูเก็บเสียงขึ้นมาซักบาน  ควรคำนึงถึงโครงสร้างของห้องเก็บเสียง และ วัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นอันดับแรก  ซึ่งคุณสบัติของ ห้องเก็บเสียงนั้น คือ  ความสามารถในการลดทอน หรือ ปิดกั้นเสียงของห้องเก็บเสียง หรือ ห้องอัด นั้น  จะต้องมีความสัมพันธ์กัน  หรืออย่างน้อยที่สุด  ผนังด้านที่มีประตู ก็ควรมีความสามารถในการลดทอนเสียงที่ใกล้เคียงกันกับประตูเก็บเสียง  หรือ คือ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง เพื่อให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่า ในงบประมาณ และเวลาที่เสียไปให้มากที่สุด  ซึ่งหากมองในทางปฏิบัติแล้ว  ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง มักจะถูกทำขึ้นหลังจากที่ตัวห้องเก็บเสียงนั้นเสร็จแล้ว  (หรือใกล้จะเสร็จ)  แต่การออกแบบนั้น ควรจะเริ่มออกแบบพร้อมๆกันไปกับการออกแบบตัวผนังเก็บเสียง  เพราะการแก้แข้ดัดแปลงภายหลังนั้น  มักมีข้อจำกัดในหลายด้าน  เช่น  จำนวนชั้นของประตู  และช่องว่าง ระหว่างบานประตูทั้งสองนั้น  ต้องสัมพันธ์กับกับความหนาของผนังเก็บเสียง  และพื้นที่ใช้สอยที่มีอยู่เดิม  เป็นสำคัญ
 
วิธีการทำ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง ที่นิยมกันมาก สำหรับห้องอัดเสียง ห้องเก็บเสียง หรือ ห้องซ้อมดนตรีนั้น  คือ  การทำประตู ซ้อนกัน  2  บาน  โดยให้มีช่องว่างที่อยู่ตรงกลางระหว่างประตูทั้งสอง  (Air  Gap)   อย่างน้อยซัก  10 – 12 นิ้ว  หรือแล้วแต่สถานที่จะอำนวย  แต่ข้อควรรู้คือ  ช่องว่างที่อยู่ตรงกลางระหว่างประตูทั้งสอง  (Air  Gap)  นี้  ยิ่งมากยิ่งดี  เพราะจะยิ่งทำให้ความสามารถในการลดทอนเสียงจากประตูบานหนึ่งไปสู่ประตูอีกบานหนึ่งนั้น ดียิ่งขึ้น  ซึ่งหมายความว่า  เราต้องมีพื้นที่ที่มากพอที่จะทำแบบนี้ได้  และยังต้องไม่ลืมว่า  ในการใช้งานจริงๆนั้น  การที่จะต้องเปิดประตู  ทีละสองบานทุกครั้งเพื่อเข้า หรือออกจากห้องนั้น  มักจะสร้างความยุ่งยาก  ไม่สะดวกต่อการใช้งานอย่างแน่นอน
 
การออกแบบ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง และ การสร้าง ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง ขึ้นมาได้เองสามารถทำได้ทั้งการนำประตูเดิมที่มีอยู่แล้ว  (แบบที่เป็นไม้จริงๆทั้งหมด)  มาปรับปรุงเพิ่มเติม  ด้วยการเสริมประตูให้หนามากขึ้น โดยใช้โครงไม้ และ แผ่นไม้อัด มาประกอบกันขึ้น  ภายในนั้นให้ใส่  ฉนวนจำพวก  Fiber glass  หรือ  Rock wool  ให้เต็ม อัดให้แน่น  ซึ่งจะทำให้น้ำหนักของประตูเพิ่มมากขึ้น  ความหนาแน่นก็จะเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้น เราจำเป็นต้องเพิ่ม บานพับให้มากขึ้น   อย่างน้อย 4 ตัว  หรือ5 ตัวก็จะดี  และเลือกใช้บานพับขนาดใหญ่  คุณภาพสูง เพื่อเป็นการลงทุนครั้งเดียว
 
ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง จะต้องคำนึงถึงช่องว่าง ระหว่าง ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง และ วงกบ  ที่จริงแล้วหลายๆคนอาจคิดว่า  ควรทำออกแบบให้ประตู กับ วงกบ นั้น แนนบสนิทกันไปเลย  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  หากทำให้ประตูกับวงกบนั้นแนบสนิทกันไปเลย  จะทำให้ประตูนั้นไม่สามารถเปิดปิดได้  หรือสร้างความยากลำบากในการเปิดปิดเป็นอย่างมาก  และในระยะยาว การที่ประตูกับวงกบ ซึ่งเป็นไม้ทั้งคู่ต้องมาเสียดสีกันอยู่ตลอดเวลานั้น  จะทำให้เกิดการชำรุดเสียหายอย่างรวดเร็ว   ดังนั้นเราจึงควรออกแบบให้มีช่องว่างระหว่างประตูกับวงกบ  เผื่อเอาไว้อย่างน้อย  ประมาณ 4-6  มม.  ซึ่งการที่เราเผื่อช่องว่างเอาไว้นั้น  ทำให้เราสามารถที่จะนำวัสดุประเภท  weather strip , ยางกันกระแทก  โฟม  หรือ  พรม  มาติด  เพื่อทำหน้าที่ ในการอุดช่องว่างเหล่านี้  ทำให้เสียงไม่สามารถเล็ดลอดออกไปได้   แต่ทั้งนี้  เราควรจะกำหนดชนิดของวัสดุที่จะนำมาใช้เหล่านี้เสียก่อน  เพื่อจะได้ทราบถึงความหนารวมทั้งหมดเมื่อติดเข้าไปแล้ว  จะได้เผื่อช่องว่างได้อย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด      
 
การใช้ฉนวนสำหรับ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง สามารถใช้ได้หลายอย่างนอกจากการใช้วัสดุประเภทฉนวน  อย่างเช่น Fiberglass  และ  Rockwool   แล้ว  เรายังสามารถใส่ทรายลงไปในประตูแทนได้อีกด้วย โดยต้องใช้เป็นทรายที่แห้งสนิทเท่านั้น  ซึ่งจะช่วยให้ประตูยิ่งมีความหนาแน่นมากขึ้น  และมีประสิทธิภาพในการลดทอนเสียง โดยเฉพาะย่านความถี่ต่ำๆ ได้ดียิ่งขึ้น  แต่การที่จะทำเช่นนี้ได้นั้น  เราจำเป็นที่จะต้องทำให้ประตูมีโครงที่แข็งแรงกว่าปกติเสียก่อน  รวมถึงต้องมีบานพับหลายตัว ที่สามารถรับน้ำหนักมากๆที่เพิ่มขึ้นมาได้  และสุดท้ายต้องไม่ลืมว่าประตูนั้นจะถูกติดเข้ากับ วงกบ อีกทีหนึ่ง  ดังนั้น ตัววงกบเองก็ต้องแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักทั้งหมดนี้ได้เป็นอย่างดีด้วย
 
การออกแบบประตูสำหรับห้องเก็บเสียง หรือห้องอัดนั้น  ไม่ได้มีแบบที่ตายตัวเพียงแค่แบบใดแบบหนึ่ง  แต่เราสามารถที่จะออกแบบ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง ให้เข้ากับลักษณะของห้อง  พื้นที่  และ วัตถุประสงค์ในการใช้งาน  ตลอดจน ให้เหมาะสมกับงบประมาณของเรา  สิ่งสำคัญคือ  ความเข้าใจในหลักการต่างๆ  ที่ได้กล่าวมา ตั้งแต่  มวลและความหนาแน่นของวัสดุที่เราจะเลือกมาใช้  ยิ่งมาก ยิ่งดี  ยิ่งสามารถปิดกั้นเสียงได้ดียิ่งขึ้น  โดยเฉพาะเสียงต่ำๆ และสิ่งที่ต้องคำนึงต่อมาก็คือ  ช่องว่างต่างๆ ทั้ง 4  ด้าน  ของ ประตูเก็บเสียง ประตูห้องเก็บเสียง ประตูห้องอัดเสียง จะต้องจัดการให้ดี  การเลือกวัสดุต่างๆที่จะใช้ในการปิดช่องว่างเหล่านี้นั้น ต้องพิจารณาดูให้ดี  นักออกแบบห้องบันทึกเสียงบางคน ชอบที่จะใช้  พรม  แต่บางคนกลับชอบวัสดุประเภท ยาง หรือ โฟม มากกว่า  ซึ่งต่างคนก็ชอบต่างกันไป  รวมถึงการตกแต่งเพื่อความสวยงาม  บางคนอาจชอบไม้จริงๆ  บางคนใช้โฟเมก้าลายต่างๆ  บางคนใช้วีเนียร์ลายไม้  ขึ้นอยู่กับจินตนาการและความชื่นชอบของแต่ละคน
 

 


Copyright © 2010 HEVTA Company, all rights reserved  Contact us HEVTA uPVC windows and doors
Bangkok, Phuket, Pattaya, Chiangmai, Udorn Thailand, Call Center 085-0707-990, 085-0707-991
Tel. 034-823-378 (-9), 034-824-729 (-30), Fax 034-823-371 Email: [email protected]